มองไม่เห็น หรือ เพิกเฉย ! อ.อัฉราวดี วงศ์สกล ติงกระทรวงดีอี ลงดาบเพจ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์
อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล ผู้เป็นแบบอย่างของพุทธศาสนิกชนในยุคปัจจุบัน ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ติงการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี โดยให้เร่งลงโทษตามกฎหมายแก่เพจที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดย อ.อัฉราวดี เขียนเนื้อหา ดังนี้ ฝั่งเซาะกร่อนบ่อนทำลายเผยแพร่ภาพมิบังควรเกลื่อนโซเชียล แต่กระทรวงดิจิทัล (DE)กลับมองไม่เห็น นอกจากจะไม่ทำงานเชิงรุกยังไม่ยอมแตะต้องงานที่ส่งผลกระทบต่อบ้านเมือง เมื่อเพจได้โพสต์การทำภาพที่มิบังควรออกไป มีคอมเมนต์ขานรับว่าเห็นจนเกลื่อนโดยหวังว่าจะมีหน่วยงานรัฐมาแก้ไข แต่เมื่อแจ้งไปที่ DE ข้าราชการก็กลับปฏิเสธความรับผิดชอบ .. ปัจจุบันมีเพจผี เพจปั๊ม ซื้อผู้ติดตามให้เห็นเป็นหลักแสนหลักล้านแต่เมื่อโพสต์จริงกลับมีการตอบสนองหลักสิบ โพสต์ภาพอันมีลักษณะด้อยค่าสถาบัน เมื่อสืบไปจึงเห็นว่ามีลักษณะทำเป็นขบวนการ เบื้องต้นเห็น 5 เพจผีที่โพสต์แบบเชื่อมโยงกัน 1. fb.พื้นที่ขยี้ข่าว ติดตาม 750 K 2. ม่อนชนข่าว ติดตาม 288K 3. แอ้นชนข่าว ติดตาม 311K 4. เล่าข่าวบ้านเมือง 254 K 5. รวมสตอรี่ดารา 18K .. ลักษณะภาพโพสต์ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศของในหลวงและสถาบันกษัตริย์ โดยวางกรอบภาพเท่ากันกับบุคคลธรรมดา และส่อความหมายที่ทำให้รู้สึกว่า พระมหากษัตริย์ชี้นำทางการเมือง รวมถึงวางภาพให้ผู้พบเห็นคิดไปได้หลายแง่มุม ซึ่งเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หากการจัดวางมีเจตนาทำให้พระเกียรติยศเสื่อมเสีย มีประชาชนไม่รู้เท่าทันไปหลงติดตาม แต่ต่างก็รู้สึกถึงความผิดปกติโดยหวังว่ารัฐจะออกมาจัดการ .. การกระทำนี้นอกจากการเข้าข่ายความผิดม.112 แล้วยังเข้าข่ายกระทำความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (2) หรือ (3) หากพิจารณาได้ว่าทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคง หรือสร้างความเสื่อมเสียต่อพระเกียรติยศ .. การที่ขบวนการด้อยค่าสถาบันเลือกใช้วิธีนี้ ตรงกับการที่พรรคก้าวไกลถูกตัดสินยุบพรรค จากการเสนอให้ยกเลิก ม.112 เนื้อหาที่เสนอบางส่วนมี -ผู้กระทำผิด ม.112 จะถูกจำคุกได้ไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ -เสนอให้ย้ายออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้มีสิทธิ์แจ้งความเพียงผู้เดียว -หากการวิพากษ์วิจารณ์หรือแสดงความเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ถือว่าเป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายอาญา . เหล่านี้เป็นการลดคุณค่าของสถาบันกษัตริย์ และกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดให้เท่ากับความผิดบุคคลธรรมดา .. ***วิธีการนำเสนอภาพที่ด้อยค่านี้ คือการสร้างภาพจำในการดึงฟ้าต่ำ ให้สถาบันมีสถานะเท่ากับบุคคลธรรมดา*** เมื่อวิธีการเดิมในแบบปลุกปั่นเด็ก 3 นิ้วไม่ได้ผล ก็ใช้วิธีลดแรงปะทะแบบกัดเซาะรากไปเรื่อยๆ ด้วยการลดทอนคุณค่าแบบไม่ให้ประชาชนรู้ตัว ก่อให้เกิดความชาชินจนรู้สึกไม่เคารพและปกป้องดังก่อน สุดท้ายจะสะเทือนต่อเสถียรภาพของชาติ เพราะเมื่อสถาบันกษัตริย์ถูกลดคุณค่าในใจว่าเทียบเท่ากับคนธรรมดาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีสถาบันไว้เป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ชาติอีกต่อไป .. นี่คือกลหมากที่ไม่เน้นปะทะแต่ใช้วิธีขุดออกทีละราก .. นอกจากนี้ในเพจพื้นที่ขยี้ข่าว เน้นสร้าง AI เป็นทหารไว้ด่าว่าผลงานรัฐบาล เป็นการใช้ทฤษฎี Paradox ใช้มุมมองที่กลับทิศ เมื่อรัฐได้รับความนิยมมาจากนโยบายทางการทหาร ก็ใช้ AI ทหารเป็นผู้ตะโกนดิสเครดิตผลงานของรัฐ เมื่อเห็นบ่อยๆ จะทำให้ประชาชนเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล เป็นอีกหนึ่งการสร้างภาพจำเพื่อกำจัดศัตรู .. เหตุใดหน่วยงานทหาร หน่วยงานด้านความมั่นคง ตั้งแต่กองทัพ ไปจนถึงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงมองไม่เห็นและไม่ออกมาดำเนินการ เฝ้าระวังและตอบสนองต่อปรากฏการณ์เช่นนี้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่ลักษณะการเผยแพร่เนื้อหา มีรูปแบบซ้ำ มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย และอาจเข้าข่ายเป็น “ปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร หรือ IO” **นี่คือความ “คิดไม่ถึง” หรือ “ปล่อยให้คิดไป”** ... เป็นที่รู้กันว่าเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบองค์กรใหญ่ๆ เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ทหาร แพทย์ พยาบาล ไม่ควรออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในขณะที่สวมเครื่องแบบ แต่ DE ปล่อยให้เรื่องเช่นนี้ดำเนินต่อไป ราวกับไม่ใส่ใจต่อผลกระทบ กระทรวง DE ควรเป็นหน่วยงานที่นำประชาชน ไม่ใช่ให้ประชาชนมาบอก DE ว่าอะไรควรไม่ควร อะไรที่สุ่มเสี่ยงเป็นภัยต่อสังคม ขรก. ปล่อยปละละเลย หรือคิดเองไม่ได้ ***คำตอบซ้ำซากสไตล์ราชการ*** เมื่อเพจได้ส่งเรื่องร้องเรียนทางกระทรวงดิจิทัล สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือ “ไม่มีอำนาจจัดการ” อาจารย์เลยขีดเส้นใต้หน้าที่ของ DE ที่โพสต์ไว้ในเพจกระทรวงเองส่งกลับไปให้ว่า - ข้อ 9 ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแผน มาตรการ จัดทำหลักเกณฑ์ กำกับดูแล ...และปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม รวมทั้งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ .. ขอร้องเรียนให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.DE แสดงผลงาน เร่งจัดการกับเพจเหล่านี้โดยด่วน และช่วยอบรมขรก.ให้ตระหนักในหน้าที่ อย่ามองว่าประชาชนเป็นตาสีตาสาที่ไม่รู้กฎหมาย นี่คือการกระทำผิดทางเทคโนโลยี มาตรา 4 มาตรา 18 มาตรา 20 มาจากพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์พ.ศ 2550 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ 2560 ที่ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลมีอำนาจแต่งตั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำผิดกฎหมายและระงับการเผยแพร่ .. **กระทรวง DE หมดสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบในการลงมาแก้ไขปัญหานี้** นอกจากนี้ขอให้ DE ออกกฎระเบียบเพื่อป้องกันการกระทำผิดทางช่องทางไซเบอร์เพื่อเป็นบรรทัดฐาน . ขอฝากประชาชนหากพบเห็นการกระทำผิดเช่นนี้ ให้ส่งเรื่องร้องเรียนไปที่ สายด่วน 1212 (แจ้งภัยออนไลน์และเนื้อหาไม่เหมาะสม) อีเมล: 1212@mdes.go.th .. ช่วยกันเรียกร้องให้รัฐและข้าราชการทำงาน และร่วมกันปกป้องสถาบันกันนะคะ . อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล 20 เมษายน 2569
LIFESTYLE
4/21/20261 min read
เนื้อหาโพสต์ของฉัน
