“ทนายธรรมราช” ทนายชาวพุทธ ย้ำ พ.ร.บ.สงฆ์ ต้องแก้ไข ชาวพุทธไม่เพิกเฉยต่อขบวนการ เซาะกร่อนบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ตอน 2
สำนักข่าว "วีนิวส์" (We News) ได้นำเสนอ พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นกำแพงกั้นพระพุทธศาสนา ตอนที่ 1 ไปแล้ว ซึ่งโอกาสนี้ "นายธรรมราช สาระปัญญา" หรือ "ทนายธรรมราช" ให้สัมภาษณ์เป็นตอนที่ 2 ถึงตัวบทกฎหมาย ใน พ.ร.บ.สงฆ์ ฉบับ พ.ศ.2505 ที่ควรมีการแก้ไข โดยเฉพาะมาตรา 45 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทำให้ขบวนการเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ใช้เป็นช่องว่างในซ้ำเติมพระพุทธศาสนา รวมทั้งยังเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่เปิดให้ตำรวจบางนาย สามารถนำไปเป็นสารตั้งต้น เพื่อจับกุมดำเนินคดีพระสงฆ์ระดับเจ้าอาวาสวัดอย่างถูกกฎหมาย @We News : จากกรณีวัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ จ.อุบลราชธานี ถ้าดูตามตัวบทกฎหมายมีการขออนุญาติใช้ที่ดิน แต่พื้นที่ไปรุกล้ำจากที่กฎหมายกำหนด เรื่องนี้เป็นอย่างไร? @ทนายธรรมราช :- การขออนุญาตเพื่อใช้ที่ดินของทางราชการเพื่อตั้งวัด เพื่อใช้ในพุทธสถาน และ พุทธศาสนา และ มีเรื่องของโรงพยาบาล มีโรงเรียนได้กี่ไร่ ตามมติคณะรัฐมนตรี โรงเรียนน่าจะได้ 50 ไร่ โรงพยาบาลได้มากกว่าวัด ถ้าหน่วยงานอื่นขอใช้ อย่างเช่น ถ้ามีการขอตั้งศูนย์ราชการ มันกน่าจะมีหลักเกณฑ์ที่มติคณะรัฐมนตรีกำหนด ผมเคยเรียนกับพ่อแม่ครูอาจารย์ว่า มันมีมาตรา 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา คือ ถ้าไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ หรือ กำหนดโทษไว้ การกระทำนั้นก็ไม่ผิด แต่การกระทำไหนที่ผิดกฎหมาย ก็คือต้องมีกฎหมายบัญญัติและกำหนดโทษ ส่วนในเรื่องของพระสงฆ์เป็นเจ้าอาวาส หรือ เจ้าพนักงาน เป็นเพราะอะไร เพราะกฎหมายเขียนไว้ให้เป็น ด้วยบอกว่าไปรับเงินเดือนของรัฐ คือ กฎหมายเขียนไว้ให้เป็น แต่อีกศาสนาอื่น ได้รายได้คิดเป็นรายเดือน แต่กลับไปเป็นเจ้าพนักงาน ที่เขาไม่เป็น เพราะไม่มีกฎหมายเขียนไว้ พอไม่เป็นเจ้าพนักงาน พอไปทำอะไรที่ไปเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ มันก็ไม่ผิด เพราะไม่มีกฎหมายเขียนไว้ ซึ่งทุกคนต้องเคารพกฎหมาย ใช่ แต่กฎหมายเขียนโดยใคร จริงๆฝ่ายนิติบัญญัติต้องออกมาพิจารณา เพราะฉะนั้น ถ้าสงฆ์ทำผิดข้อหายักยอก โดยปกติธรรมดาก็สามารถยอมความได้ แต่ถ้าเป็นเจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ก็จะโดนเต็มๆ คือ ยอมความไม่ได้ @We News : - ในเมื่อเงินนิตยภัต (ค่าอาหารที่ถวายแก่พระภิกษุ และ สามเณร เป็นประจำ โดยปัจจุบันถูกตีความเป็นเงินเดือนพระสงฆ์ เพราะถือว่าเป็นค่าภัตตาหารที่ทางราชการคือสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติถวายแด่พระสงฆ์ที่มีสมณศักดิ์) เป็นเงินที่ในหลวงฯทรงถวายให้ ทำไมกลายเป็นเงินที่ทำให้พระสงฆ์เป็นเจ้าพนักงาน ? @ทนายธรรมราช :- คือ กฎหมายถือว่า นิตยภัตเป็นเงินเดือน กละ กฎหมายต้องการเขียนให้พระสงฆ์เป็นเจ้าพนักงาน และให้ถือว่าเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาด้วย เพราะฉะนั้นเจ้าอาวาสทุกวัด จึงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามข้อกฎหมาย แต่ถ้าไม่อยากเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ก็ลาออกจากเจ้าอาวาส กับ แก้กฎหมาย คือ เหมือนกับว่า ก็พูดไปเถอะ เรื่องแก้กฎหมาย แต่ถ้าความเห็นผม ก็ประหารชีวิตไปเลย เพราะไหนๆ ก็เขียนให้พระเป็นพนักงานรัฐ @We News :- เวลาลงโทษก็เหมือนพระเป็นอาชญากร? @ทนายธรรมราช :- ใช่ @We News:- ทนายธรรมราชฝากอะไรถึงผู้ชมบ้าง? @ทนายธรรมราช :- คือ การบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่เขาทำตามหน้าที่ เพราะมันมีกฎหมายบังคับไว้ ถ้ามีกฎหมายแล้ว พอมีคนไปร้องอีก เจ้าหน้าที่ก็จะโดน ถ้าจะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ ต้องไปดู ไปรื้อกฎหมาย ก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันที่จะพิจารณาในส่วนนี้ อันนี้ไม่ได้พูดให้กระด้างกระเดื่องในการใช้กฎหมาย เพราะกฎหมายที่บังคับใช้ไปแล้วก็ต้องใช้ตามนั้น แต่ถามว่า มันแก้ไขได้ไหม โดยหลักเกณฑ์และหลักการ กฎหมายก็ต้องแก้ไขได้ เท่าที่ไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ในการแก้ไข แต่ว่าที่พระถูกดำเนินคดี ผมก็เห็นว่า เดิมทีก่อนจะมี พ.ร.บ.ป่าไม้ พระสงฆ์ก็สามารถอยู่ป่าเป็นวัดได้ แต่พอมีกฎหมายก็มีการกั้นเขต และ ถูกจำกัดสิทธิ์ โดยข้อกฎหมาย และ มีหลายข้อที่กระทบกับพระสงฆ์ อย่างที่เราเห็น มันก็ข้อกฎหมายที่ต่างกัน อย่างเช่น เรื่องเงินบ้าง และ ล่าสุดถึงขนาด ถ้าปาราชิกจะมีโทษทางอาญา คือ การสึกพระจะมีอยู่ได้ 2 อย่างเท่านั้น คือ หนึ่ง ประพฤติชั่วร้ายแรง คือ ปาราชิก 4 และ ลาสิกขา คือ สึกเอง ซึ่งปาราชิก 4 คือ ลักทรัพย์ ฆ่าสัตว์ เสพเมถุน อวดอุตริมนุษยธรรม แต่ปัจจุบันมีกฎหมายขึ้นมาอีก อย่างเช่น ข้อหาคดีร้ายแรง ไม่สามารถประกันตัวได้ ก็ต้องสึก ตามมาตรา 29 พ.ร.บ.สงฆ์ ซึ่งพระสงฆ์ถ้าอยู่นอกเขตการปกครองก็อาจถูกสึกได้ ไม่มีสังกัด ก็ถูกสึกได้ มันเยอะแยะไปหมด ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่มันล้น หรือ เพิ่มมาจากธรรมวินัย @We News :- มีการมองว่า บิ๊กเต่าอาจไปจับหลวงตาสินทรัพย์สึกหรือเปล่า ? @ทนายธรรมราช :- ก็ถ้ามีพยานหลักฐานก็ไม่แน่ แต่กระแสตอนนี้ก็ต้องดู อันนี้ ไม่รู้เลย แต่ถ้ามีคนไปแจ้ง และ เข้าข่าย ก็ทำได้ เพราะกฎหมายว่ากันไปตามหน้าที่ เพราะฉะนั้น กฎหมาย ระเบียบ เป๊ะขนาดนั้นก็อนุโมทนาบุญ กับ อนุโมทนาบาป ด้วยแล้วกัน ถ้าอันไหนเป็นบุญก็อนุโมทนาบุญด้วย ถ้าอันไหนเป็นบาป ท่านก็จงรับเอา แต่ก็ไม่ได้ชี้ว่า การกระทำนั้นเป็นบาป ก็พิจารณาและคิดเอา @We News :- ฟังข้อกฎหมายแล้ว เราจะวางใจอย่างไร? @ทนายธรรมราช :- ฟังข้อกฎหมายแล้วก็ควรจะช่วยกัน ปรับให้มันอยู่ในจุดที่เหมาะสม และ มองประโยชน์ของพุทธศาสนาเป็นหลัก ไม่ใช่มองประโยชน์ของเรื่องอื่นเป็นหลัก โดยที่พระพุทธศาสนาถูกลิดรอนสิทธิไปเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้พระหนุ่มเณรน้อยถูกดำเนินคดีกันหนัก และ วัดวาอารามก็จะถอยกันไปเรื่อยๆ ในขณะที่อีกศาสนาหนึ่ง ไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ ก็พิจารณาดู ทั้งการใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ และ เรื่องของการสื่อสารมวลชนก็ดี และ ข้อกฎหมายก็ดี เพราะบทบัญญัติ และ บทลงโทษมันหนักไปทางไหน ก็ต้องช่วยกันดู เพราะที่พูดมา มันมีข้อเท็จจริง @We News :- ที่สำคัญต้องไม่ไปแสดงความคิดเห็นในโซเชียลทับถมกัน ? @ทนายธรรมราช :- เท่าที่ฟังดู comment ที่ไปล่วงเกิน ไปอะไรกัน มันเป็นบาป เพราะเราไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ที่ไปดูพวกที่ไปด่าๆในโซเชียล ก็เป็นพวกเซาะกร่อนบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาหรือเปล่า ก็อาจจะเป็นไปได้
LAW
Siriprapha Yenyodwichai
4/19/20261 min read
เนื้อหาโพสต์ของฉัน
